ตุลาคม 25, 2014, 01:17:14 pm

ผู้เขียน หัวข้อ: การเขียนคำนำ ตัวอย่างการเขียนคำนำ  (อ่าน 1718 ครั้ง)

หางานเชียงใหม่

  • งานเชียงใหม่ 108
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1807
  • Like: 6
  • เที่ยวเชียงใหม่ หางานเชียงใหม่ต้อง CMjob108.com
    • ดูรายละเอียด
    • หางานเชียงใหม่




การเขียนคำนำ ตัวอย่างการเขียนคำนำ ไม่ว่าวัยไหน ถ้าคุณเรียนหรือ ทำงาน การเขียนคำนำเป็นเรื่องสำคัญมาก ต้องเขียนให้ถูกหลัก เขียนให้ถูกต้อง

เรามาดูตัวอย่างกัน

การเขียนคำนำเป็นการเขียนเพื่อบอกความเป็นมา เกี่ยวกับประเด็นของหัวข้อ และกล่าวถึงปัญหาในลักษณะกว้างๆ เข้าสู่แคบๆ พร้อมบอกเหตุผลที่ทำสัมมนาหรือประเด็นนี้ หรือเรียกร้องถึงความสำคัญ ของประเด็นที่จะนำเสนอ โดยหน้านี้อาจมีหัวเรื่องซ้ำอีกก็ได้ และเพื่อให้มีความสมบูรณ์ในหน้านี้ ควรเริ่มมีอ้างอิงในเนื้อเรื่อง
คำนำ หรือ คำเริ่มต้น คำปรารภ อารัมภบท ก็คือคำพูดให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเกิดความสนใจในเรื่องที่เราจะเล่าหรือเขียน ให้เขาฟังหรืออ่าน เช่นพูดกับเพื่อนว่า 'เมื่อวานฝนตกหนักเหลือเกิน ไปไหนไม่ได้ ฉันเลยอยู่กับบ้านสองคนกับพี่ชาย เขาสอนให้เล่นหมากรุก สนุกดีจังไม่เคยรู้มาก่อนว่าการเล่นหมากรุกนั้นมีกลยุทธมากมายถึงขนาดนั้น' ประโยคขี้นต้น ที่พูดว่าฝนตกไปไหนไม่ได้ จะเรียกว่าเป็นคำนำก็ได้ ให้คนฟังรู้ว่า ทำไมพี่ชายถึงสอนหมากรุกให้

การอ้างอิงในเนื้อเรื่อง
คือ การบอกถึงแหล่งข้อมูลที่นำมาจากเอกสารฉบับไหน หนังสือ หรือ วารสาร และเอกสารตีพิมพ์เล่มใด หากมีผู้สนใจและอยากศึกษาเพิ่มเติมในเนื้อหาจะได้กลับไปตามจากแหล่งข้อมูลดังกล่าว
การอ้างอิงจะมี  2 แบบ คือ การอ้างอิงนอกเนื้อเรื่อง หรือการเขียนเอกสารอ้างอิง ซึ่งการเขียนแบบที่  2  จะขอพูดในหัวข้อถัดไป
   การอ้างอิงในเนื้อเรื่อง จะขอพูดก่อนเนื่องจากในบทนำจะเริ่มมีการอ้างอิงในเนื้อเรื่องบางแล้ว และการอ้างอิงในเนื้อเรื่องเมื่อตรวจกับอ้างอิงนอกเนื้อเรื่อง หรือการเขียนเอกสารอ้างอิง จะต้องพบ และบอกรายละเอียดครบ สามารถสืบค้นและติดตามได้ โดยการเขียนอ้างอิงในเนื้อเรื่องจะมี  3  ลักษณะ คือ
1.   การเขียนอ้างอิงต้นประโยค โดยใช้รูปแบบ ชื่อ (พ.ศ. หรือ ค.ศ.  พบว่า………………)
ซึ่งชื่ออาจจะมีทั้ง  2 คน 3 คน หรือมากกว่า ถ้ามากกว่า 3 คน ให้ใช้คำว่า และคณะ (….)  ในภาษาอังกฤษใช้ et al. (….) โดยจะเอียงหรือไม่ก็ได้ แต่ต้องเหมือนกันหมด ส่วนชื่อภาษาอังกฤษจะใช้สกุลมาอ้างอิง เช่น O. P. Thomas. 1982. เวลาเขียนอ้างอิงต้นประโยคให้อ้างอิงว่า Thomas (1982) เป็นต้น และ พ.ศ. หรือ ค.ศ. ที่ใช้จะต้องเป็นปีที่ตีพิมพ์ ส่วนประโยคต่อปีที่ตีพิมพ์ อาจใช้คำว่า  พบว่า……, รายงานว่า……,  กล่าวว่า……..,  แสดงให้เห็นว่า………หรืออื่นๆ การอ้างแบบนี้รวมถึงข้อมูลจากเว็ปไซด์ด้วย ตัวอย่างเช่น 
ธันวา (มปพ.) กล่าวว่า……….(ในกรณีไม่ทราบปีที่ตีพิมพ์)…………….……………………………………
นิรนาม (2547) แนะนำว่า………..(กรณีไม่ทราบผู้แต่ง)………………………………………………………
สุกัญญา (2539) พบว่า…………………………………………..……………………………………………………………
สินชัย และนวลจันทร์ (2530) รายงานว่า……………………………………………………………………………
สาโรช และคณะ (2521) อธิบายว่า……………………………………………………………………………………..
อุทัย และคณะ (2533 ข) ; สาโรช และเยาวมาลย์ (2528) ศึกษาพบว่า…………………………
Thunwa (eds.)  กล่าวว่า………………..(ในกรณีไม่ทราบปีที่ตีพิมพ์)…………………………………….
Anonymous (2004) แนะนำว่า……………(กรณีไม่ทราบผู้แต่งชาวต่างประเทศ)……………….
Coon (1971) แสดงให้เห็นว่า………………………………………………………………………………………..
Fox and Vevers (1960) เสนอว่า………………………………………………………………………………….
Banday et al. (1992) เสนอแนะว่า……………………………………………………………………………….
Coon (1971) ; Fox and Vevers (1960) ; Banday et al. (1992) ได้ศึกษาเปรียบ
เทียบพบว่า……………………………………………………………………………………………………………………….

หมายเหตุ :  อุทัย และคณะ (2533 ข)  คือ กรณี ชื่อ และ พ.ศ. ทั้งไทย และอังกฤษซ้ำจึงใช้อักษรกำกับรวมถึงการเขียนอ้างอิงนอกเนื้อหาด้วย


ที่มา
www.nsru.ac.th/e-learning/dairy/image/18/e7.doc


คำนำที่ดี
 
1. เขียนคำนำด้วยคำพังเพยหรือสุภาษิตที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง
2.เขียนคำนำโดยการอธิบายความหมายของเรื่อง
3. เขียนคำนำโดยขึ้นต้นด้วยคำกล่าวของบุคคลสำคัญ
4. เขียนคำนำด้วยการเล่าเรื่อง
5. เขียนคำนำด้วยคำถามหรือปัญหาที่สนใจ
6. เขียนคำนำด้วยการอธิบายชื่อเรื่อง
7. เขียนคำนำด้วยคำกล่าวถึงจุดประสงค์ของเรื่องที่เขียน
8. เขียนคำนำด้วยการกล่าวถึงใจความสำคัญของเรื่องที่เขียน ดังนั้นคำนำที่ดีต้องเป็นความคิดใหม่ ความคิดแปลก หรือความคิดสนุก ต้องมีลักษณะนำ หรือเชิญชวนให้ผู้อ่าน อ่านเรื่องของเราให้จบให้ได้ คำนำจึงเป็นส่วนสำคัญในการเรียกร้องความสนใจของผู้อ่านตั้งแต่เริ่มต้นอ่าน เรื่อง และดึงดูดใจให้อ่านเรื่องไปตลอด



ตัวอย่างการเขียนคำนำ


คำนำ

รายงานนี้เขียนขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาค้นคว้าภาษาอังกฤษโดยอิสระ

รหัสวิชา 30001240 ซึ่งข้าพเจ้าใช้เวลาตลอดช่วง 18 สัปดาห์ระหว่างออกฝึกงาน ในการศึกษาค้นคว้า  ฝึกฝนตนเองด้านภาษา  นำความรู้ที่ได้มาสังเคราะห์  รวบรวมจัดทำร่องรอย  มีการบันทึกข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึก  ทำการวิเคราะห์และตรวจสอบตนเองอย่างสม่ำเสมอ 

ในการเรียนรายวิชานี้ของข้าพเจ้า  จัดว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง  ทำให้ตนเองค้นพบวิธีการเรียนภาษา  เรียนรู้และเข้าใจถึงความสำคัญของการฝึกฝนตนเองอย่างแท้จริง

 
อนึ่งในการศึกษาค้นคว้าภาษาอังกฤษโดยอิสระครั้งนี้   ข้าพเจ้าได้รับความอนุเคราะห์จากพี่ๆที่ข้าพเจ้าไปฝึกงานทุกคนเป็นอย่างดี จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

 

 

 

สุชาติ    วงษ์มณี
16  กันยายน  2550


ที่มา
http://www.chontech.ac.th


ตัวอย่างคำนำ

คำนำ
          รายงานฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ท ๕๐๔ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ โดยมีจุดประสงค์ เพื่อการศึกษาความรู้ที่ได้จากเรื่องลิลิตะเลงพ่าย  ซึ่งรายงานนี้มีเนื้อหา เกี่ยวกับความรู้จากตำราพิชัยสงคราม การจัดทัพ การตั้งทัพ การเคลื่อนทัพ กลศึกต่าง ๆ โหราศาสตร์ในการทำสงคราม ตลอดจนการประยุกต์ใช้ ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการรบของพระองค์ เพื่อสดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ผู้จัดทำได้เลือก หัวข้อนี้ในการทำรายงาน เนื่องมาจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจ รวมถึงเป็นการเทิดพระเกียรติวีรกษัตริย์ไทย และ ความฉลาดของบรรพบุรุษ ผู้จัดทำจะต้องขอขอบคุณ อ.พิทักษ์ อาจริยวัฒนกุล ผู้ให้ความรู้ และแนวทางการศึกษา  เพื่อน ๆ ทุกคนที่ให้ ความช่วยเหลือมาโดยตลอด ผู้จัดทำหวังว่ารายงานฉบับนี้จะให้ความรู้ และเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน

 นายแหลม  คม




ตัวอย่างคำนำ

คำนำ
         ศิลปะการบริหารเวลาเป็นการเสนอแนวคิดใหม่ในการจัดการกับเวลาเพื่อให้ได้งาน มากอย่างมีประสิทธิภาพแต่ใช้เวลาจะได้เวลาอย่างพอเหมาะหรือน้อยกว่าแน่นอนคน เราทุกคนย่อมมีเวลาวันละ24ชั่วโมงเท่ากันหมดแต่สำหรับผู้ที่มีศิลปะในการ บริหารเวลาจะได้งานที่มีประสิทธิภาพมากกว่า มีเวลาคิดสิ่งใหม่มากกว่ามีเวลาพักผ่อนมากกว่าและมีเวลาเป็นของตนเองมากกว่า คนที่ยังไม่รู้วิธีที่จะจัดการกับเวลาของตนเอง

        สาเหตุที่เลือกอ่านเรื่องนี้เพราะว่าสามารถนำข้อคิดที่ได้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้จะทำให้เราใช้เวลาที่เรามีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า สอดคล้องกับ ภาิษิตที่ว่า  Time and tide wait for no man สายน้ำไม่คอยท่า วันเวลาไม่คอยใคร
น.ส.แฉบ แหลม




ที่มา
rakjung.com
http://useful.siam55.com/data/6/0077-1.html
dekying.com


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 16, 2011, 12:16:36 am โดย ผู้ดูแลระบบ »

 

ด้วยฟังค์ชั่น ตอบด่วน คุณสามารถใช้โค๊ดและ เครื่องหมายแสดงอารมณ์ได้ เหมือนการตั้งกระทู้ธรรมดา แต่สามารถทำได้สะดวกกว่า

Warning: this topic has not been posted in for at least 120 days.
Unless you're sure you want to reply, please consider starting a new topic.

Note: this post will not display until it's been approved by a moderator.
ชื่อ: อีเมล์:
Verification:
Type the letters shown in the picture
Listen to the letters / Request another image
Type the letters shown in the picture:
พิมพ์คำว่า "Chiangmai" เป็นภาษาไทย: